
20
Nov
ญี่ปุ่น
แนะนำเมืองน่าเที่ยวช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น
อีกหนึ่งช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว นั่นก็คือ ฤดูใบไม้ร่วง เพราะจะได้เห็นความสวยงามของต้นไม้ใบหญ้าที่ผลัดเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นส้ม แดง เหลือง ถ่ายรูปมุมไหนก็เพลินสุดๆ และหนึ่งในประเทศที่มีสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยโดนใจ ก็คือ ญี่ปุ่น ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ บทความนี้ทาง EDC TRAVEL จะมาขอแนะนำ และข้อมูลมาอัปเดตสำหรับใครที่อยากจะไปชมใบไม้เปลื่ยนสี ช่วงไหนดี ถึงจะได้เห็นใบไม้เปลื่ยนสีแบบสีสดๆ ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลื่ยนสีทางเรามีช่วงเวลา คล่าวๆ มาให้วางแผนและนัดหมายเที่ยวกัน
โดยทั่วไปแล้ว ฤดูกาลแห่งใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นจะเริ่มในช่วง ปลายเดือนกันยายน ทางตอนเหนือสุดของฮอกไกโด ส่วนในพื้นที่อื่นๆ ในญี่ปุ่น อย่างเช่น โตเกียว และ เกียวโต ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสีจะอยู่ราวๆ เดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม ซึ่งอากาศช่วงนี้กำลังดี อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 15-25 องศาเซลเซียส และใบไม้จะเปลี่ยนสีเต็มที่แบบพีคๆ อยู่ประมาณ 2 สัปดาห์จนถึงประมาณเดือนกว่าๆ หลังจากนั้นก็จะร่วงจนหมดต้น เตรียมเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวต่อไป ทางเราแนะนำว่าให้เช็คเวลานี้ดีเพื่อกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดไปแล้วจะพลาดชม ใบไม้เปลื่ยนสี กันนะ
สถานที่แนะนำชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในญี่ปุ่น
วัดคิโยมิซุ หรือ วัดน้ำใส (Kiyomizu-dera Temple) – เกียวโต
สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังในเกียวโต ชมได้ช่วงพบกับวิวของอาคารไม้เก่าแก่บนเนินเขาที่รายล้อมไปด้วยใบไม้แดง เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองเกียวโตได้ไกลสุดลูกหูลูกตา

ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) – โอซาก้า
ปราสาทเก่าแก่ที่ใครมาเยือนโอซาก้าต้องมาเช็คอินที่นี่ ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะยิ่งสวยงามเป็นพิเศษ ห้ามพลาดการถ่ายภาพปราสาททรงสูงที่ล้อมด้วยใบไม้แดงกันนะ

หมู่บ้านโออุจิจูคุ (Ouchi-Juku) – จ.ฟุกุชิมะ
มาชมความสวยงามของหมู่บ้านโบราณยุคเอโดะในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีกันที่ หมู่บ้านโออุจิจูคุ จังหวัดฟุกุชิมะ เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางแหล่งธรรมชาติ รายล้อมด้วยเทือกเขาสูง ภายในมีบ้านอยู่ประมาณ 50 หลัง สมัยก่อนใช้เป็นที่พักแรมของผู้เดินทาง และปัจจุบันได้ถูกพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่จะได้เห็นวิถีชีวิตเก่าแก่ของคนญี่ปุ่น รวมถึงชมธรรมชาติรอบๆ หมู่บ้านที่สวยงามมากๆ โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่วิวยิ่งสวยกว่าเดิมมาก

เมืองนิกโก (Nikko) – จ.โทจิงิ
เมืองนิกโก อีกหนึ่งเมืองที่เราสามารถไปชม ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น ได้ทั่วทั้งเมือง เพราะมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามอยู่หลายจุดด้วยกัน อย่างเช่น สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge) สะพานไม้สีแดงที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองนิกโก, ถนนอิโรฮาซากะ (Irohazaka) ท่ามกลางหุบเขา ที่สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้เต็มตา, นั่งกระเช้าอะเคจิไดระ (Akechidaira Ropeway) ขึ้นไปชมวิวสุดอลังการทั้งใบไม้เปลี่ยนสี ภูเขา Nantaisan ทะเลสาบ Chuzenjiko และน้ำตก Kegon ได้ทั้งหมดในจุดเดียว, น้ำตกริวซู (Ryuzu Waterfall) ชมบรรยากาศน้ำตกท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี รวมถึง คันมันกาฟุจิ (Kanmangafuchi Abyss) ทางเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีพระพุทธรูปเรียงรายกว่า 70 องค์ เป็นต้น

ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) – จ.ยามานาชิ
จุดชม ดอกไม้เปลื่ยนสีอีกจุดที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง ด้วยต้องที่นี้เลย ทะเลสาบคาวากุจิโกะ จังหวัดยามานาชิ นับเป็นอีกหนึ่งจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งบริเวณนี้จะมีการจัดเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีตลอดเดือนพฤศจิกายน โดยมีร้านค้าขายสินค้าพื้นเมือง งานฝีมือ รวมทั้งอาหารท้องถิ่นมากมาย จัดอยู่ฝั่งทิศเหนือของทะเลสาบคาวากุจิโกะ แถมยังมีการประดับไฟต้นเมเปิ้ลในตอนกลางคืนด้วย
นอกจากจะมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีตลอดริมทะเลสาบแล้ว ยังมีอีกจุดหนึ่งที่พี่เห็ดอยากแนะนำ ก็คือ อุโมงค์ใบเมเปิ้ล โมมิจิ ไคโร (Momijo Kairo) เป็นถนนเลียบคลองสายเล็กๆ ที่มีต้นเมเปิ้ลญี่ปุ่นเรียงรายตลอดสองข้างทางจนดูเหมือนอุโมงค์ โดยเดินเลาะไปตามริมทะเลสาบเรื่อยๆ ก็จะเจอกับอุโมงค์โมมิจิแห่งนี้ เป็นอีกจุดท่องเที่ยวยอดฮิตอีกจุดเลย

สวนเมจิจิงงู ไกเอ็น (Meiji Jingu Gaien) – โตเกียว
ในเมืองหลวงอย่าง กรุงโตเกียว ก็มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ เช่นกัน แนะนำที่ สวนเมจิจิงงู ไกเอ็น สวนขนาดใหญ่ใจกลางกรุง ภายในพื้นที่เต็มไปด้วยต้นแปะก๊วย ที่พอถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง เรียงรายตลอดสองข้างทาง ทั้งทางเดินและถนนในสวน บรรยากาศสวยงามสำหรับมาเดินกับคู่รักมากๆ

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) – จ.กิฟุ
เมื่อพุดถึง หมู่บ้านชิราคาวาโกะ คนอาจจะคุ้นเคยกับภาพหมู่บ้านขาวโพลน ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะเยอะๆ ซึ่งในฤดูหนาวก็นับเป็นไฮไลท์ของการเที่ยวที่หมู่บ้านแห่งนี้เลยค่ะ แต่พี่เห็ดขอบอกเลยว่า ช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็น่าเที่ยวไม่แพ้กัน ทั้งในหมู่บ้านและพื้นที่ภูเขาโดยรอบจะแต่งแต้มไปด้วยสีส้มเหลือง เป็นวิวที่สวยงามไปอีกแบบ
ถ้าหากมาเที่ยวในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม ก็จะได้เห็นทั้งใบไม้เปลี่ยนสีที่ยังคงหลงเหลือพร้อมกับหิมะที่โปรยปรายลงมา สวยงามราวกับหมู่บ้านในนิทาน หากมีโอกาสได้ไปหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ก็อย่าลืมไปถ่ายรูปบนจุดชมวิว Shiroyama View Point หรือ Ogimachi Castle Tower ที่สามารถมองเห็นวิวทั่วทั้งหมู่บ้านได้จากมุมสูงด้วย

คามิโคจิ (Kamikochi) – จ.นากาโนะ
คามิโคจิ เป็นอีกจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบอีกจุดหนึ่งและเทือกเขาเจแปนแอลป์สุดอลังการ พื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติชูบุซังกาคุ (Chubu Sangaku National Park) ในจังหวัดนากาโนะ อยู่บนพื้นที่สูงประมาณ 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ ทั้งแม่น้ำ ป่าไม้ และล้อมรอบด้วยภูเขา ทำให้อากาศหนาวเย็น บอกได้เลยว่าบรรยากาศดีมาก และวิวสวยสุดๆ ซึ่งช่วงเวลาแนะนำสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสีจะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม ถ้าได้มาในช่วงนี้บอกเลยว่าใบไม้เปลื่ยนสีสวยสุดๆ

เมืองโอบาระ (Obara) – จ.ไอจิ
เมืองโอบาระ จังหวัดไอจิ เราสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีและดอกซากุระได้พร้อมกัน ณ ที่นี้อย่างที่ทราบกันว่าดอกซากุระจะบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ หรือประมาณปลายเดือนมีนาคม แต่ที่เมืองโอบาระแห่งนี้ มีซากุระสายพันธุ์ ชิกิ ซากุระ (Shikizakura) ที่เป็นดอกเล็กๆ น่ารัก ซึ่งพิเศษกว่าสายพันธุ์อื่นตรงที่จะบานปีละ 2 ครั้ง คือ ช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน บอกเลยหาดูยากมากปีละ 2 ครั้ง
โดยเราสามารถเที่ยวเมืองโอบาระแบบ one day trip จากเมืองนาโกย่าได้ แนะนำให้เที่ยวจากจุดที่ไกลที่สุดก่อนคือ Senmi Shikizakura no sato ซึ่งเป็นจุดสุดสายของรถบัส แล้วเดินต่ออีกประมาณ 1 กม. ที่นี่นับว่าเป็นไฮไลท์ของเมืองโอบาระ ภูเขาเกือบทั้งลูกจะเต็มไปด้วยดอกซากุระบานสะพรั่ง สลับกับป่าของใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งถ้าเราไปในช่วงที่ดอกซากุระบานเต็มที่ ก็จะมีการจัด เทศกาลชมดอกซากุระ Obara Shikizakura Matsuri ถ้ามองหาของสะสม ของฝาก ของที่ระลึก มีให้ซื้อเยอะมาก มีทั้งการจัดแสดง ให้สามารถเดินชมได้เลย

สะพานแขวนโคโคโนเอะ ยูเมะ (Kokonoe Yume Suspension Bridge) – จ.โออิตะ
สะพานแขวนโคโคโนเอะ ยูเมะ แห่งจังหวัดโออิตะ เป็นสะพานแขวนสำหรับคนเดินที่มีความยาวและสูงที่สุดในญี่ปุ่น ความยาว 375 เมตร และสูง 173 เมตร พาดผ่านช่องเขาที่ล้อมรอบด้วยป่าไม้ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีคือสวยมาก แถมยังมองเห็นน้ำตกขนาดใหญ่ 2 แห่ง คนไหนที่ชอบความสูง บอดเลยว่าต้องถูกใจที่นี้อย่างแน่นอน
