เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@edctravel

Travel License : 11/05594

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

5 สถานที่ญี่ปุ่น ตะลุยเที่ยวเพลินๆ ชิมชมช้อป

5 สถานที่ญี่ปุ่น ตะลุยเที่ยวเพลินๆ ชิมชมช้อป

10

Feb

ญี่ปุ่น

5 สถานที่ญี่ปุ่น ตะลุยเที่ยวเพลินๆ ชิมชมช้อป

เจแปนดินแดนแห่งปลาดิบ ประเทศที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติอันสวยงาม หรือแม้กระทั่งแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่รอให้เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวได้เดินทางมาค้นหาและเที่ยวชมกันได้อย่างสนุกนาน เพราะไม่ว่าจะออกเดินทางไปที่เที่ยวญี่ปุ่นภูมิภาคไหน คุณก็ต้องติดใจและหลงเสน่ห์กลิ่นอายของวัฒนธรรมอันเก่าแก่โบราณและความน่ารักของผู้คนอย่างแน่นอน

ตลาดปลาซึกิจิ

“ตลาดปลาซึกิจิ” (Tsukiji Fish Market) ตลาดปลาขึ้นชื่อของเมืองโตเกียว เป็นแหล่งรวมอาหารทะเลสดๆ ที่ ภายในมีร้านค้ามากมาย ซึ่งร้านค้าส่วนใหญ่จะจำหน่ายอาหารทะเล ทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา และอาหารทะเลอื่นๆ เป็นวัตถุดิบที่นำมาทำสารพัดเมนูให้ได้ลองชิมตามความต้องการ หรือ ถ้าใครอยากลองชิมอาหารทะเลแบบสดๆ ก็มีบริการยืนทานที่หน้าร้านได้เลย และร้านค้าบางร้านก็ยังมีบริการ โต๊ะ ที่นั่ง พร้อมเครื่องปรับอากาศ ให้เข้าไปนั่งรับประทานได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย

เกร็ดความรู้

พิกัดร้านแนะนำใน “ตลาดปลาซึกิจิ” (Tsukiji Fish Market)

1.Marutake (まるたけ) ร้าน “ไข่หวานม้วน” (Tamagoyaki) หนึ่งเมนูยอดนิยมของ “ตลาดปลาซึกิจิ” ที่มีร้านจำหน่ายเมนูนี้อยู่หลายร้าน และในแต่ละร้านก็จะมีคนมารอต่อคิวซื้อกันยาวมาก แบบว่า..ใครมาถึงที่นี่ ก็ต้องไม่พลาดชิมเมนูนี้ สำหรับร้าน Marutake (まるたけ) ก็เป็นอีกหนึ่งร้านไข่ม้วนหวานที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว โดยจุดเด่นของร้าน คือ การโชว์การทำเมนูไข่ม้วนหวานแบบสดๆ ร้อนๆ โดยลูกค้าสามารถมองเห็นขั้นตอนวิธีการทำได้อย่างใกล้ชิด จนได้กลิ่นหอมที่ยั่วยวน ชวนให้อยากลองชิม ยิ่งได้ทานตอนร้อนๆ ก็อร่อยดีนะ สมราคาเมนูไข่ม้วนหวานของร้าน Marutake (まるたけ) ไข่หวานม้วน เริ่มต้นที่ 150 เยน ใครอยากชิมแบบพิเศษแนะนำ ไข่หวานม้วน (+ เพิ่มปลาไหลย่าง) 800 เยน


2.さかな屋高知家 与力水産 ร้านหอยนางรม ที่สามารถชิมหอยแบบสดๆ ยืนทานได้ที่หน้าร้านได้เลย ถูกใจสำหรับคนชอบหอยนางรม ร้านจำหน่าย “หอยนางรม” ที่มีให้เลือกหลายราคาตามขนาดของหอยนางรม ตั้งแต่ตัวละ 300 – 1,000 เยน หรืออาจจะมากกว่าแล้วแต่ขนาด โดยสามารถเลือกหอยนางรมที่วางโชว์ที่หน้าร้านได้เลย มีให้เลือกหลายขนาด หลายราคา (ตามภาพ เลือกหอยนางรมตัวละ 800 เยน) หลังจากที่สั่งหอยนางรมแล้ว ก็สามารถยืนทานแบบสดๆ ตรงบริเวณหน้าร้านได้ ซึ่งจะมีพวกตะเกียบ ซอส โชยุ และเครื่องปรุงต่างๆ ในการทานให้พร้อม ได้ชิมหอยนางรมแบบสดๆ แบบนี้ ฟินแน่นอน

3.Saito Suisan 斉藤水産㈱ ร้านอาหารทะเลทานสดหน้าร้านที่ได้รับนิยมจากนักท่องเที่ยว ด้วยเมนูอาหารทะเลที่หลากหลายทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา มีให้เลือกทานกันแบบสดๆ เลย โดยเมนูพวก ซาชิมิ ราคา (เริ่มต้น) 500 เยน, หอยนางรม ราคา 1,000 – 1,200 เยน, อูนิ (ไข่หอยเม่น) ราคา 1,800 เยน และ อาหารทะเลอื่นๆ ให้เลือกชิมได้ตามความชอบ โดยสามารถสั่งอาหารทะเล แล้วมายืนทานที่โต๊ะบริเวณตรงหน้าร้านได้ ซึ่งจะมีบริการตะเกียบ ซอส โชยุ วาซาบิ วางเตรียมเอาไว้ให้ครบ นอกจากนี้ ที่ร้านก็ยังจำหน่ายวัตถุดิบอาหารทะเลแบบแพ็คกลับไปทานที่บ้าน หรือ นำกลับไปประกอบอาหารเมนูต่างๆ อีกด้วย เป็นอีกร้านที่โดนใจคนชอบอาหารทะเล

4.Sushizanmai Bekkan ร้านรวมเมนูอาหารทะเล ที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย มีหลายสาขาในญี่ปุ่น สำหรับใครที่มาเดิน “ตลาดปลาซึกิจิ” แล้วไม่ชอบบรรยากาศคนเยอะ หรือ เจอกับสภาพอากาศไม่เป็นใจ ก็สามารถเข้ามาที่ร้าน Sushizanmai Bekkan ได้ เป็นร้านที่อยู่ในตลาด แต่ข้างในร้านมีโต๊ะให้นั่งทาน พร้อมเครื่องอากาศแอร์เย็นๆ นั่งทานอาหารได้อย่างสบายเลยเมนูของร้าน Sushizanmai Bekkan มีให้เลือกหลากหลายเมนู ที่นิยมก็อย่างเช่น ซูชิ ซาชิมิ และมีเมนูอื่นๆ ที่ปรุงมาจาก กุ้ง หอย ปู ปลา นานาชนิด อาหารสด สั่งอาหารได้ง่าย มีรูปเมนูอาหารพร้อมราคา และมีพนักงานคอยให้บริการอย่างดี




ศาลเจ้าฟุชิมิอินะริไทฉะ

เสาประตูโทริอิอันโด่งดังที่น่าจดจำของศาลเจ้าเกียวโตชินโต

ฟุชิมิอินะริไทฉะสร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่ อินาริ เทพเจ้าแห่งการเพาะปลูกและการค้าที่รุ่งเรือง เป็นศาลเจ้าที่สำคัญที่สุดในบรรดาศาลเจ้าอินาริทั้งหมดในญี่ปุ่น แนวเสาประตูโทริอิสีส้มสดใสทอดยาวอย่างสุดตา ที่ทอดยาวขึ้นไปสู่ยอดเขาอินาริ ทำให้เกิดเป็นภาพอันน่าประทับใจและเป็นหนึ่งในภาพที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่น

เกร็ดความรู้

ประวัติศาสตร์อันยาวนาน

ว่ากันว่าศาลเจ้าแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 711 ก่อนที่เมือเกียวโตจะกลายเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น ตลอดทางขึ้นสู่ภูเขาอินาริที่มีความสูง 233 เมตรจะมีแท่นบูชาหิน(โอสุกะ) มากมายตั้งอยู่รายทาง และรวมตลอดเส้นทางนี้มีเสาประตูโทริอิประมาณ 10,000 ต้น อุโมงค์เสาประตูโทริอิสีส้มสดใสที่ทอดยาวนี้ถือเป็นภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของเมือเกียวโต

เสาโทริอิ

เหล่าบริษัทและผู้ประกอบกิจการต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่นมักบริจาคเสาประตูโทริอิให้แก่ศาลเจ้าเพราะความเชื่อที่ว่าจะทำให้ธุรกิจของตนนั้นเจริญรุ่งเรือง ณ ทางเข้าศาลเจ้าโอคุโนอินจะเรียกว่า เซนบงโทริอิ (เสาประตูโทริอิหนึ่งพันต้น) และมีความเชื่อว่ามีเสาประตูโทริอิอยู่ทั่วภูเขาถึง 10,000 ต้น เสาโทริอิบางต้นสามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึงยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603- ค.ศ.1867) เลยทีเดียว

ปราสาทฮิเมจิ

ปราสาทที่ได้รับการดูแลอนุรักษ์อย่างดีที่สุดในญี่ปุ่น

ปราสาทฮิเมจิเป็นที่รู้จักในฐานะปราสาทนกกระสาขาว โดยที่นี่เป็นทั้งสมบัติชาติญี่ปุ่น และแหล่งมรดกโลก ปราสาทแห่งนี้มีสถานะเป็นหนึ่งในปราสาทดั้งเดิม 12 แห่งของญี่ปุ่นที่ยังคงสภาพอยู่ ทำให้ป้อมปราการของที่นี่เป็นสถานที่ที่ผู้คลั่งไคล้ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นจะพลาดไม่ได้

เกร็ดความรู้

ประวัติศาสตร์อายุกว่า 600 ปี

ปราสาทฮิเมจิมีความเก่าแก่กว่า 600 ปี ป้อมปราการชุดแรกสร้างขึ้นในช่วงยุค 1400 เนื่องจากที่นี่ได้รับเลือกให้เป็นจุดยุทธศาสตร์เพื่อใช้ป้องกันทิศตะวันตกของเมืองเกียวโต กลุ่มปราสาทในปัจจุบันสร้างเสร็จในปีพ.ศ. 2452 ภายใต้การควบคุมดูแลของขุนนางไดเมียวที่ชื่อ อิเคดะ เทรุมาซะ กลุ่มปราสาทนี้ประกอบด้วยอาคารมากกว่า 80 หลังเชื่อมต่อกันด้วยเส้นทางต่าง ๆ ที่คดเคี้ยวเหมือนเขาวงกต

บางส่วนเข้าชมได้ฟรี

ประตูโอเตะมงเป็นประตูหลักของปราสาทฮิเมจิ จากประตูนี้คุณสามารถเข้าไปยังพื้นที่ของปราสาทที่เปิดให้เข้าได้ฟรีบางส่วน อย่างตรงกำแพงชั้นนอกลำดับที่สาม หรือที่เรียกว่า ซันโนะมารุ พื้นที่ส่วนนี้ของปราสาทมีสนามหญ้ากว้างที่เต็มไปด้วยต้นซากุระจำนวนมาก ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมในการปิกนิกชมดอกซากุระ

ดอกซากุระ

ในบริเวณปราสาทมีต้นซากุระมากกว่า 1,000 ต้น คุณสามารถชมดอกซากุระจากพื้นที่รอบนอกได้ฟรี แต่ถ้าต้องการชมดอกไม้ตรงพื้นที่ด้านในปราสาทจะต้องเสียค่าเข้าชม

ป่าไผ่ซากาโนะ

  ป่าไผ่ซากาโนะ นับเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวของญี่ปุ่นที่คุณต้องหาโอกาสไปเยือนสักครั้ง ด้วยทัศนียภาพที่สวยและแปลกตาของป่าไผ่ซากาโนะ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมป่าไผ่ตามทางเดินที่ได้จัดไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมความสวยงามของป่าไผ่เป็นระยะทางถึง 500 เมตร ซึ่งในระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินไปกับเสียงลำไผ่สีกันยามลมพัด นับเป็นเสียงธรรมชาติที่แสนไพเราะสุดจะบรรยายไปเลยทีเดียวค่ะ  ปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นได้ยกย่องให้ป่าไผ่ซากาโนะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเสียงที่ไพเราะที่ควรจะมาสัมผัสให้ได้สักครั้ง สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเที่ยวญี่ปุ่น ขอแนะนำว่าไม่ควร พลาดโอกาสไปสัมผัสอากาศแสนบริสุทธิ์และบรรยากาศที่แสนเงียบสงบของป่าไผ่ซากาโนะกันดูสักครั้ง
 

นารา (สวนกวาง)

   สวนสาธารณะนารา (Nara Park 奈良公園) เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่พื้นที่กว่า 3,130 ไร่ ใจกลางเมือง นารา (Nara) จังหวัดนารา (Nara Prefecture) ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการพัฒนาให้กลายเป็นสวนสาธารณะและเปิดให้ผู้คนได้เข้าชมอย่างเต็มตัวเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1880 เดิมรอบๆ เมืองนาราก็เป็นที่อยู่อาศัยของน้องกวางกว่า 1,200 ตัวอยู่แล้ว จึงไม่แปลกหากสวนสาธารณะแห่งนี้จะกลายเป็นบ้านอีกหลังหนึ่งของเหล่ากวางน้อยใหญ่ทั้งหลาย เพราะด้วยความร่มรื่นของต้นไม้นานาพันธุ์ และทิวทัศน์ที่สวยงาม ก็ทำให้สวนสาธารณะนาราเป็นแหล่งพักผ่อนที่ถูกใจทั้งชาวเมือง นักท่องเที่ยว และน้องกวางไม่น้อยค่ะ

เกร็ดความรู้

ไฮไลท์ สวนสาธารณะนารา

เนื่องจาก กวาง ในความเชื่อของญี่ปุ่น นั้นเป็นสัตว์รับใช้ของเทพเจ้า หรือเป็นผู้ส่งสารให้แก่เหล่าเทพเจ้า ฝูงกวางในเมืองนาราจึงอยู่อาศัยกันอย่างอิสระและเชื่อง ไม่กลัวคน เราจึงสามารถเดินเล่นในสวนสาธารณะไปพร้อมๆ กับน้องกวางที่นอนชิล เดินเล่น และกินอาหารอย่างสบายใจ และอาหารเมนูโปรดของเจ้ากวางที่เมืองนารานั้นจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก เซมเป้ หรือ ข้าวเกรียบญี่ปุ่น นั่นเองค่ะ


ฤดูไฮไลท์ สวนสาธารณะนารา

 ภายในสวนสาธารณะนั้นมีความร่มรื่นเป็นอย่างมาก เต็มไปด้วยร่มเงาของต้นไม้ใหญ่อย่าง ต้นเมเปิ้ล และ ต้นซากุระ เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในเดือนพฤศจิกายน ทั่วทั้งสวนจะถูกแต่งแต้มไปด้วยเฉดสีโทนอุ่นของใบเมเปิ้ลที่เปลี่ยนสีผลัดใบอย่างสวยงาม ส่วนฤดูใบไม้ผลิระหว่างเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน เราจะได้เห็นดอกซากุระสีชมพูอ่อนบานสะพรั่งตัดกับผืนหญ้าสีเขียว

จำนวนผู้เข้าชม 63 ครั้ง