
12
Feb
ญี่ปุ่น
12 เทศกาลน่าเที่ยวจากทั่วโลก ที่ต้องไปสักครั้งในชีวิต
ทุกคนรู้กันบ้างมั้ยคะว่าโลกของเรานั้นมีเทศกาล กิจกรรมแปลกๆ ที่จะทำให้คุณทุกๆคนตื่นตาตื่นใจกันอย่างมากมายเลย ใครที่ชอบเข้าร่วมทำกิจกรรมกับผู้คนมากมาย เจอผู้คนเยอะๆ เจอสังคมใหม่ๆ ต้องไม่พลาดการไปเที่ยวชมเทศกาลต่างๆบนโลกเหล่านี้แน่นอน แหละเทศกาลพวกนี้ไม่ใช่ว่าจะได้เห็นกันบ่อยๆนะคะ อย่างมากก็ปีละครั้งเท่านั้นเองนะ! เราไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีเทศกาลอะไรบ้างที่น่าสนใจ
เทศกาล Holi
เทศกาลที่เห็นชาวอินเดียออกมาสาดผงสีต่างๆใส่กันอย่างสนุกสนานนั้น มีชื่อเรียกว่า “เทศกาลโฮลี” หรือ Holi Festival ซึ่งคนไทยอาจเรียกว่า “เทศกาลสาดสี” แท้ที่จริงแล้ว เทศกาลนี้ถือเป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียง และยังมีที่มาที่สะท้อนถึงประเพณี วัฒนธรรม และความเชื่อทางศาสนา ที่คู่ควรกับการทำความรู้จัก “เทศกาลโฮลี” หรือ “เทศกาลสาดสี” ให้มากยิ่งขึ้น
เกร็ดความรู้
ที่มาของชื่อ ““เทศกาลโฮลี” หรือ “Holi Festival”
Holi (โฮลี) หมายถึง การส่งท้ายปีเก่า เป็นเทศกาลฉลองรื่นเริงที่มีพื้นเพมาจากความเชื่อในศาสนาฮินดู โดยจะจัดขึ้น 2 วันในช่วงเดือนมีนาคม (แรม 1 ค่ำ เดือน 4) ผู้คนจะออกมาเฉลิมฉลองด้วยการสาดสี หรือป้ายสี ซึ่งเป็นฝุ่นผงใส่กันอย่างสนุกสนาน ซึ่งสันนิษฐานว่า เป็นพื้นเพที่ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รับมา และปรับเปลี่ยนเป็นการสาดน้ำใส่กันแทน คือ สงกรานต์
การสาดสีจะเล่นกันเฉพาะช่วงเช้าจนถึงเที่ยงวันเท่านั้น จากนั้น ผู้คนก็จะแยกย้ายไปพักผ่อน เมื่อตกเย็นจะออกมาพบปะสังสรรค์กัน แจกขนมหวาน โดยขนมที่ทำเพื่อรับประทานในเทศกาลนี้ ทำมาจากนมและนมเปรี้ยวเป็นหลัก เชื่อกันว่าหากได้รับประทานขนมด้วยจิตใจเบิกบาน จะเป็นนิมิตรหมายที่ดีของการเริ่มต้นปีใหม่
และผู้คนจะสวมกอดกันเพื่อแสดงออกซึ่งมิตรภาพต่อกัน เทศกาลโฮลี่จึงถือเป็นเทศกาลแห่งมิตรภาพ มิตรสหายได้แสดงไมตรีเข้าสวมกอดกัน ผู้ที่เคยขัดแย้งกันก็จะได้ปรับความเข้าใจกัน ฉะนั้น ผู้คนจึงมักสวมชุดสีขาวออกไปเล่นสาดสี และเก็บชุดดังกล่าวไว้เป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ ที่ไม่มีวันลบเลือน

เทศกาลปามะเขื่อเทศ
เทศกาลปามะเขือเทศ หรือ “ลา โตมาตินา” (La Tomatina) จัดเป็นประจำทุกปี ทุกวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคม ณ หมู่บ้านบาเลนเซียน (Valencian) ในเมือง Buñol จังหวัดบาเลนเซีย (Valencia) ประเทศสเปน สำหรับปี 2019 เทศกาลจะจัดขึ้นวันพุธที่ 28 สิงหาคม 2562
เกร็ดความรู้
ต้นกำเนิดของเทศกาลนี้ย้อนไปเมือปี 1944 ระหว่างขบวนพาเหรด gigantes y cabzudos เกิดมีเหตุการณ์วัยรุ่นทะเลาะกัน และเจ้ากรรมดันมีแผงขายมะเขือเทศอยู่ใกล้มือพวกวัยรุ่น พวกเขาจึงใช้มันเป็นอาวุธในการขว้างปาเข้าใส่กัน จนตำรวจต้องเข้ามายุติศึกมะเขือเทศ และทำการปรับค่าเสียหาที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้
ในปีต่อมาพวกวัยรุ่นก็ยังคงมาเปิดศึกกันอีกเช่นเคยเหมือนปีที่แล้ว แต่สิ่งที่ต่างออกไปในปีนี้คือ พวกเขาเตรียมมะเขือเทศกันมาจากบ้าน และก็ต้องลำบากตำรวจอีกแล้วที่ต้องเข้ามายุติเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท แต่มันก็คือประถมบทแห่งเทศกาลปามะเขือเทศ อันลือลั่นที่ถูกจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องทุกปีเรื่อยมา เป็นระยะเวลานานกว่า 70 ปี

เทศกาลหิมะที่ซัปโปโล
ย้อนกลับไปเมื่อปีค.ศ. 1950 ในสวนสาธารณะโอโดริ นักศึกษากลุ่มหนึ่งได้สร้างผลงานประติมากรรมหิมะขึ้นจำนวนหนึ่ง จากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มากมายที่สุดในซัปโปโรบวกกับจินตนาการ ตัดภาพมาในยุคปัจจุบัน เทศกาลหิมะซัปโปโรคืองานยิ่งใหญ่ตระการตาในช่วงฤดูหนาวซึ่งดึงดูดผู้คนหลายล้านให้มาชมทุกปี คุณเองก็มาเยี่ยมชมงานนี้ได้เพื่อสัมผัสกับการต้อนรับในแบบฮอกไกโด อาหารและเครื่องดื่มเลิศรส รวมถึงงานประดับไฟที่สวยงามจนต้องตะลึง
เกร็ดความรู้
- งานประกวดประติมากรรมหิมะเริ่มต้นขึ้นในปีค.ศ. 1974
- ในเทศกาลมีรูปปั้นหิมะและน้ำแข็งประมาณ 400 ชิ้น
- เหล่าทหารจากกองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินญี่ปุ่นช่วยทำประติมากรรมขนาดใหญ่

เทศกาลโคลน
เทศกาลที่โด่งดังของประเทศเกาหลีใต้ที่ผู้คนทั่วโลกนั้นรู้จักเป็นอย่างดีนั่นก็คือ “เทศกาลโคลน Boryeong Mud Festival” ที่จัดขึ้นทุกปีในประเทศเกาหลี จะถูกจัดขึ้นในช่วงฤดูร้อน ช่วงเดือนกรกฎาคมจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วมุมโลกและชาวเกาหลีใต้เองนั้นจะมารวมตัวกันที่ชายหาดแดจอน เมืองโบรยอง ซึ่งถือว่าเป็นงานเทศกาลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและน่าสนใจ
เกร็ดความรู้
ต้นกำเนิดเทศกาลโคลน Boryeong Mud Festival (보령머드축제)

เทศกาลบอลลูนนานาชาติอัลบูเควียร์ก
เทศกาลบอลลูนนานาชาติอัลบูเควียร์ก (Albuquerque International Balloon Fiesta) เป็นเทศกาลบอลลูนลมร้อนซึ่งจัดขึ้นในเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นหนึ่งในเทศกาลที่ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจ และพากันเดินทางเพื่อไปร่วมงานกันอย่างครึกครื้น ซึ่งเทศกาลแห่งนี้จัดขึ้นใน รัฐ นิวเม็กซิโก (New Mexico) ประเทศ สหรัฐอเมริกา ภายในงานจะมีบอลลูนรูปทรงต่างๆที่ถูกประดับประดาอย่างพิถีพิถัน มาร่วมจัดแสดงโชว์ละลานตาอยู่เหนือน่านฟ้าของรัฐนิวเม็กซิโกกว่า 750 ลูก อีกทั้งยังมีบอลลูนเรืองแสงยามสนธยาที่จะจัดแสดงโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน
เกร็ดความรู้
ต้นกำเนิด เทศกาลบอลลูนนานาชาติอัลบูเควียร์ก

เทศกาล Up Helly Aa Fire
ประเทศสกอตแลนด์ เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร และครอบคลุมพื้นที่หนึ่งในสามทางตอนเหนือของเกาะบริเตนใหญ่ มีพรมแดนร่วมกับประเทศอังกฤษทางทิศใต้ ซึ่งในอดีตนั้นอาณาเขตในส่วนใหญ่ของสหราชอาณาจักร ได้ถูกยึดครองโดยชาวไวกิ้ง ทำให้ได้รับอิทธิพลมาจากชาวไวกิ้งด้วยเช่นกัน
ในช่วงต้นปี ของทุกๆ ปี ผู้คนนับพันจะแห่กันมาเข้าร่วมงานเฉลิมฉลอง เทศกาลไวกิ้ง “Up Helly Aa” ทุกคนจะแต่งตัวเป็นนักรบ หุ้มเกราะ จัดเต็มแบบนักรบยุคโบราณ และเดินขบวนกันรอบเมือง เลอร์วิก (Lerwick) เมืองท่าเรือ ในสกอตแลนด์ พอตกค่ำ ก็จะมีการจุดคบเพลิงไฟและเผาเรือไวกิ้ง จากนั้นก็จะถือเป็นสัญญาณเริ่มงานเฉลิมฉลอง ที่ทุกคนจะร่วมกันร้องเพลง เต้นรำ และดื่มกิน จนกว่าจะเห็นแสงตะวันของอีกวัน และเทศกาลนี้ยังถือว่าเป็นเทศกาลไฟที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้

เทศกาลงานคาร์นิวัล กรุงริโอ เดอจาเนโร
เทศกาลคาร์นิวัล เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ถูกจัดขึ้นในหลากหลายประเทศที่มีการนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก อาทิ สเปน โปรตุเกส อิตาลี และเกือบทุกประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกา แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหากพูดถึงเทศกาลคาร์นิวัลแล้ว ประเทศที่คนทั่วไปนึกถึงเป็นอันดับแรกคงหนีไม่พ้นบราซิล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทศกาลคาร์นิวัลแห่งนครรีโอเดจาเนโร ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าเทศกาลคาร์นิวัลที่เก่าแก่ที่สุดของโลกเกิดขึ้นในเมืองเวนิส อิตาลี แต่เทศกาลคาร์นิวัลที่ชื่อเสียงที่สุดคือ เทศกาล รีโอ คาร์นิวัล ของบราซิล ปัจจัยที่ทำให้เทศกาลคาร์นิวัลจากเมืองนี้โด่งดังและดึงดูดนักท่องเที่ยวนับล้านคนทั่วโลกให้มาเยือนในแต่ละปีได้นั้น มีที่มาจากยุคที่มีการล่าอาณานิคมของยุโรปในดินแดนอเมริกาใต้ โดยชาวโปรตุเกสได้นำวัฒนธรรมคาร์นิวัลของยุโรปเผยแพร่มายังบราซิลซึ่งเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสในสมัยนั้น ต่อมาเมื่อมีการค้าขายทาส การขนส่งทาสจากแอฟริกาตะวันตกเข้ามายังบราซิลทำให้ทาสชาวแอฟริกันนำวัฒนธรรมการเต้นแซมบ้าเข้ามาเผยแพร่ด้วย และในปี ค.ศ. 1920 ได้มีการนำการเต้นแซมบ้ามาผสมผสานในเทศกาลคาร์นิวัลขึ้นเป็นครั้งแรกในบราซิล การผสมผสานวัฒนธรรมจากยุโรปและแอฟริกาเข้าด้วยกันเช่นนี้ ทำให้คาร์นิวัลของบราซิลมีเสน่ห์และแตกต่างจากคาร์นิวัลทั่วไปในยุโรป
เกร็ดความรู้
เทศกาลคาร์นิวัลของบราซิลไม่ใช่เพียงเทศกาลเฉลิมฉลองเพื่อความรื่นเริงเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกเทศกาลหนึ่งที่สะท้อนวัฒนธรรมและสังคมของบราซิล เป็นเวทีที่เปิดกว้างให้ประชาชนชาวบราซิลทุกเพศทุกวัยได้ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี ดังจะเห็นได้จากการแสดงงานศิลปะ การเสียดสีทางการเมืองและสังคมของบราซิล ผ่านเครื่องแต่งกายและขบวนพาเหรดของชาวบราซิลภายในเทศกาลคาร์นิวัลในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้เอง รีโอ คาร์นิวัลจะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในช่วงวันที่ 2 - 9 มีนาคม ค.ศ. 2019

เทศกาลWinter Light Festival
เทศกาล Winter Light Festival เป็นงานประดับไฟสุดยิ่งใหญ่ และ โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่น ที่จัดขึ้นในสวนดอกไม้ที่ชื่อว่า Nabana no sato ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Nagashima Resort ในจังหวัดมิเอะ ใกล้ๆ กับเมืองนาโกย่า
เกร็ดความรู้
จุดเด่นของเทศกาลนี้อยู่ที่แสงไฟจากหลอดไฟ LED กว่า 7 ล้านดวง ในพื้นที่ของสวนดอกไม้ขนาดใหญ่จะมีการประดับตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เรียกได้ว่าเป็นงานจัดแสดงแสงไฟที่หลายคนตั้งตารอเลยก็ว่าได้ เพราะในแต่ละปีจะมีธีมการจัดงานแตกต่างกันออกไป ซึ่งไฟที่นำมาใช้จะถูกประดับตกแต่งเป็นรูปทรงต่างๆ ทั้งภูเขาไฟฟูจิ ต้นคริสต์มาส แม่น้ำ ทุ่งหญ้า รวมถึงยังมีการประดับไฟบนน้ำ นอกจากนี้ยังมีอุโมงค์ดวงไฟและจุดชมวิวที่สามารถขึ้นลิฟท์ไปด้านบน เมื่อมองลงมาจะเห็นสวนที่ประดับไฟเป็นมุมกว้าง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว ที่สามารถให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมกันเพลินๆ ท่ามกลางอากาศเย็นสบายในฤดูหนาว

เทศกาลเบิร์นนิ่งแมน
เทศกาล Burning Man จัดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อ 33 ปีก่อน โดยสองผู้ก่อตั้งอย่าง ลาร์รี ฮาร์วี และเจอร์รี เจมส์ โดยจัดขึ้นบนชายหาดเบเกอร์ รัฐซานฟรานซิสโก ในครั้งแรกสุดของเทศกาล Burning Man นั้นมีผู้เข้าร่วมเพียง 35 คนเท่านั้น โดยเป็นการมานัดเจอระหว่างเพื่อนเพื่อสังสรรค์กัน และในช่วงท้ายของค่ำคืนได้มีการสร้างหุ่นจำลองลักษณะคล้ายมนุษย์ผู้ชาย พวกเขาเผามันเพื่อแสดงถึงการ ‘แสดงออกอย่างรุนแรง’ ของธรรมชาติที่กระทำต่อมนุษย์ และใครจะไปรู้ว่าเพียงแค่การมานั่งสังสรรค์กันริมหาดในวันนั้น การเผาหุ่นจำลองคล้ายจะเป็นการบูชายัญเหมือนในหนังเรื่อง The Wicker Man (1973) จะกลายมาเป็นเทศกาลที่มีผู้เข้าร่วมเหยียบแสนคนในปีล่าสุดนี้
เกร็ดความรู้
จุดเด่นของเทศกาล Burning Man คงหนีไม่พ้นการมาร่วมกันแสดงพลังไอเดียของงานศิลปะที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานอินสตอลเลชัน งานประติมากรรม คอสตูม หรือการรังสรรค์รถยนต์ทุกคันที่ขับเข้ามาในบริเวณแบล็กร็อกซิตี้ ซึ่งเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่จริงๆ เมื่อเทียบกับขนาดและสถานที่จัดงานบนทะเลทรายเวิ้งว้าง ใครจะไปคิดว่าเราจะสามารถกินนอนบนรถกลางทะเลทรายแบบไม่มีฟูกนอนก็ได้ หรือพบเจอประติมากรรมขนาดท่วมหัวได้ล่ะ ประเด็นหลักของการนำเอางานศิลปะหลากหลายแขนงมาไว้ที่แบล็กร็อกซิตี้แห่งนี้ก็เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้คนที่มาร่วมงานให้ร่วมกันแสดงออกถึงจิตวิญญาณของความสร้างสรรค์ ทั้งยังเคารพและให้เกียรติศิลปะที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่หลากหลายจากผู้คนมากมาย เพราะพวกเขาเชื่อว่าศิลปะคือการสร้างการสื่อสารที่มีพลัง ทั้งยังสร้างปฏิสัมพันธ์ให้กับผู้คนมากมาย

เทศกาลสงกรานต์
สงกรานต์ คือ ประเพณีปีใหม่ของไทย ปีใหม่ของไทย คือ วันที่ 13 เมษายนของทุกปี ส่วนช่วงวันหยุดนั้นจะเป็นช่วงวันที่ 14-15 เมษายน สงกรานต์จะมีการเฉลิมฉลองเพื่อส่งต่อความดีงาม ความรัก ความเมตตาและความขอบคุณผ่านการรดน้ำดำหัว ประเพณีสงกรานต์จะมีการจัดขึ้ยที่กรุงเทพฯและอีกหลากหลายภูมิภาคในประเทศไทย
เกร็ดความรู้
1. ถนนข้าวสาร (กรุงเทพฯ)
แหล่งรวบรวมกิจรรมเฉลิมฉลองสงกรานต์สไตล์โมเดิร์น ที่ห้อมล้อมไปด้วยการจราจรโดยรอบเมือง บรรยากาศของนักท่องเที่ยวในแถบนี้ดูจะครึกครื้นไม่น้อย ทั้งชาวไทยและฝรั่ง (ชาวต่างชาติ) มักจะพกปืนฉีดน้ำหรือปืนฉีดแรงดันสูงและถังน้ำเย็น พร้อมขันตักน้ำไว้ใกล้ตัว
2. อยุธยา
เราสามารถสนุกสนานกับประเพณีสงกรานต์ได้อีกหลายวิธี เช่น เราอาจเห็นผู้คนไปทำบุญที่วัด รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพรและพาครอบครัวไปวัดที่ได้รับการตกแต่งเพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ผู้คนในจังหวัดยังคงออกมาเพื่อเล่นน้ำหรือนั่งหลังช้างด้วย
3. เชียงใหม่
เมืองศูนย์กลางทางเหนืออย่างเชียงใหม่มีเทศกาลเฉลิมฉลองสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่มาก และเทศกาลนี้มีระยะเวลายาวนานถึง 6 วัน ผู้คนในภาคเหนือยังก่อทรายในวัดบ้านเกิดตัวเอง โดยทรายนี้เป็นสัญลักษณ์ของฝุ่นจากเท้าของพวกเขาในปีที่ผ่านมา ทรายนี้จะถูกนำมาก่อขึ้นเพื่อเสริมสร้างพลังก่อนจะถูกปั้นสูงขึ้นเป็นกองทรายและตกแต่งด้วยธงสีสันต่าง ๆ
4. เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
หาดเฉวง เป็นที่ที่เราจะได้เห็นนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาเป็นจำนวนมาก หาดนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มและปืนฉีดน้ำที่พร้อมจะฉีดให้ทุกคนเปียกแล้ว นอกจากนี้ ชาวท้องถิ่นเองก็ยังมีประเพณีเฉลิมฉลองท้องถิ่น พวกเราจะได้เห็นพระเข้าร่วมเทศกาลและสวดมนต์ให้กับประชาชนเพื่อให้มีโชคในชีวิต ผู้อาวุโสหลายท่านจะได้รับพวงมาลัยที่ร้อยโดยลูกหลานอันเป็นสัญลักษณ์ของการอวยพรให้มีชีวิตที่มีความสุข

เทศกาลเวนิสคาร์นิวัล
เทศกาลหน้ากากเวนิสคาร์นิวัล มีมาตั้งแต่ ค.ศ. 1268 แต่การเฉลิมฉลองโดยสวมหน้ากากรวมถึงแต่งองค์ทรงเครื่องกันอย่างอลังการนั้น เพิ่งมีขึ้นเกือบสองร้อยปีให้หลัง เมื่อช่างทำหน้ากาก หรือที่เรียกตามภาษาอิตาลีว่า “mascareri” (มัสกาเรริ) ได้รวมตัวกันก่อตั้งสมาคมขึ้นอย่างเป็นทางการใน ค.ศ. 1436 ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 18 การสวมหน้ากากเป็นที่นิยมอย่างมาก กระทั่งชาวเวนิสสวมหน้ากากกันเป็นปกติในชีวิตประจำวันกันเลยทีเดียว ผู้คนในสาธารณรัฐเวนิสสวมหน้ากากออกจากบ้านถึงปีละ 8 เดือน ปัจจุบันงานเวนิสคาร์นิวัล ได้กลายเป็นธุรกิจการท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของเวนิสไปแล้ว หน้ากากก็ไม่ได้มีไว้เพื่อปกปิดตัวเองอีกต่อไป แต่มีไว้เพื่อแสดงความสวยงามมากกว่า
เกร็ดความรู้
ในสมัยก่อนหน้ากากมักเป็นสีขาวธรรมดา โดยหน้ากากของผู้ชายเป็นแบบเรียบง่าย แต่หน้ากากของผู้หญิงนั้น มีของตกแต่งเยอะกว่า แต่ปัจจุบันหน้ากากมีรูปแบบมากมาย หลากหลายทั้งสีสันและลวดลาย ทำให้ดูแปลกตาไม่ซ้ำกัน จุดชุมนุมหลักของเวนิสคาร์นิวัลอยู่ที่ลานกว้างหน้า Basilica San Marco ซึ่งถือเป็นสถานที่ที่ต่างคนต่างมาประชันความอลังการและความสวยงามของตน และยังเป็นศูนย์รวมของบรรดานักแต่งชุดมืออาชีพที่ตั้งใจแสดงการแต่งกายของตน ทั้งชุดและหน้ากากที่แปลกตาและเต็มไปด้วยสีสันสดใส นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีร้านค้าอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ที่ไม่สะดวกจะใส่หน้ากากเต็มยศ ก็สามารถใช้วิธีการเพ้นท์หน้าตนเองแทนได้ และยังมีร้านค้าบางร้านเปิดขายเฉพาะช่วงคาร์นิวัลเท่านั้น

เทศกาลน้ำแข็งเมืองฮาร์บิน
เทศกาลแกะสลักน้ำแข็งและหิมะนานาชาติฮาร์บิน มีต้นกำเนิดมาจากชนเผ่าฮาร์บินที่ได้จัดการแสดงโคมไฟน้ำแข็งแบบดั้งเดิมในช่วงฤดูหนาว ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลเฮลองเจียง (Heilongjiang) ประเทศจีน โดยเริ่มขึ้นครั้งแรกในปี 1963 เป็นเพียงงานเล็ก ๆ ที่ให้ชาวท้องถิ่นออกมาโชว์ความสามารถในการแกะสลักน้ำแข็งที่สวนสาธารณะ Zhaolin จนประมาณช่วงปี 1978 – 1982 นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศได้หลั่งไหลมาทัวร์ฮาร์บินจำนวนมาก เพื่อชมโคมไฟน้ำแข็ง จนเรื่องถูกส่งไปยังคณะกรรมการเมืองฮาร์บิน และพรรคมณฑลเฮยหลงเจียง ต่อมารัฐบาลได้มีคำสั่งให้จัดพิธีอันยิ่งใหญ่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นครั้งแรกที่สวนสาธารณะ Zhaolin เมื่อวันที่ 5 มกราคม 1985
ไม่เพียงแค่นั้น เทศกาลน้ำแข็งฮาร์บิน นั้นจะถูกจัดพร้อมกันกับเมืองระดับโลกอื่น ๆ เช่น เทศกาลหิมะซัปโปโรของญี่ปุ่น เทศกาลฤดูหนาวควิเบกซิตี้ในแคนาดา และเทศกาลสกีของนอร์เวย์ เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้น เทศกาลน้ำแข็งฮาร์บินได้ถูกจัดให้เป็นงานประจำปี โดยมีระยะเวลาประมาณ 2 เดือนให้ได้ชม ตั้งแต่เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ และในปัจจุบันเทศกาลน้ำแข็งและหิมะนี้เป็นเทศกาลน้ำแข็งและหิมะที่ใหญ่ที่สุดในโลก อันดับ 4 และทำรายได้มหาศาลให้กับเมืองแห่งนี้อีกด้วย
